Korea Jeju Island – เกาะเชจูสวรรค์ธรรมชาติเกาหลี

Korea Jeju Island เกาะเชจูสวรรค์ธรรมชาติเกาหลี

Contents hide
1 Korea Jeju Island – เกาะเชจูสวรรค์ธรรมชาติเกาหลี

ถ้าพูดถึงจุดหมายในเกาหลีที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติสวยงามมากที่สุด เกาะเชจู (Jeju Island) คือคำตอบที่ไม่ต้องคิดนาน เกาะภูเขาไฟแห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาหลี ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 80 กิโลเมตร 

มีทั้งทะเลสีฟ้าคราม ภูเขาไฟสูงที่สุดในประเทศ ถ้ำลาวาระดับโลก และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ไม่เหมือนที่ไหน ไม่แปลกเลยที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงคนไทยจำนวนมากเลือกเกาะเชจูเป็นจุดหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ทำไมเกาะเชจูถึงเป็นจุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เกาะเชจูไม่ใช่แค่เกาะพักผ่อนธรรมดา แต่เป็นดินแดนที่มีเรื่องราวและความพิเศษหลายมิติ ตั้งแต่ภูมิประเทศที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ไปจนถึงวัฒนธรรม ภาษา และอาหารที่แตกต่างจากเกาหลีแผ่นดินใหญ่อย่างชัดเจน

UNESCO Heritage

🏛️ เกาะเชจูมรดกโลก UNESCO ธรรมชาติที่หาที่ไหนไม่ได้

ในปี 2007 UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนเกาะเชจูเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ครอบคลุม 3 พื้นที่หลักคือ ภูเขาไฟฮัลลาซาน ปล่องภูเขาไฟซองซัน อิลชุลบง และถ้ำลาวามะนจังกุล ทั้งสามแห่งนี้ รวมกันสะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาที่หาชมได้ยากในโลก

นอกจากมรดกโลกแล้ว เกาะแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกใหม่อีกด้วย ทำให้ทุกมุมของเกาะมีคุณค่าทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

🌤️ สภาพอากาศและภูมิประเทศสุดพิเศษที่ทำให้เกาะเชจูแตกต่าง

เกาะเชจู มีภูมิอากาศอบอุ่นกว่าแผ่นดินใหญ่เกาหลีเห็นได้ชัด ฤดูหนาวไม่หนาวจัด ฤดูร้อนลมทะเลช่วยให้ไม่ร้อนอบอ้าว และช่วงใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงสวยงามจนหยุดหายใจได้ ภูมิประเทศหลากหลายตั้งแต่หาดทรายขาว ทุ่งหญ้าสีเขียว ไปจนถึงยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว ทำให้เกาะแห่งนี้มีบรรยากาศเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอย่างน่าอัศจรรย์

🇹🇭 เหตุผลที่นักเที่ยวไทยนิยม Jeju มากกว่าเกาะอื่นในเกาหลี

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย เกาะเชจูมีข้อดีที่ชัดเจนมาก ไม่ต้องขอวีซ่าเพิ่มเติมจากวีซ่าเกาหลีปกติ บินตรงจากกรุงเทพฯ ได้โดยไม่ต้องแวะโซล และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติครบครัน ทั้งป้ายภาษาอังกฤษ แอปนำทาง และที่พักทุกระดับราคา

 

สถานที่ท่องเที่ยว Jeju Island ที่ไม่ควรพลาด📍

สถานที่ท่องเที่ยว Jeju Island ที่ไม่ควรพลาด

Jeju Island เต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ ไม่ว่าจะชอบธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ หรือกิจกรรมกลางแจ้ง ที่นี่มีทุกอย่างให้สำรวจ

🏔️ ภูเขาไฟฮัลลาซาน (Hallasan) หัวใจของเกาะเชจู

ฮัลลาซานคือ ยอดเขาสูงที่สุดในเกาหลีด้วยความสูง 1,950 เมตร ตั้งอยู่กลางเกาะเชจูและมองเห็นได้จากทุกมุมของเกาะ เส้นทางเดินป่าหลายเส้นทาง นำนักท่องเที่ยวขึ้นไปยังยอดเขาที่มีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ “แบกนอก” ซึ่งเปลี่ยนสีสวยงามตามฤดูกาล ช่วงเดินขึ้นจะผ่านป่าเมเปิ้ล ดอกไม้ป่า และวิวพาโนรามาของทะเลรอบเกาะที่ไม่มีวันลืม

🕳️ ถ้ำมะนจังกุล (Manjanggul Cave) มหัศจรรย์ใต้ดินจากลาวา

ถ้ำมะนจังกุล เป็นหนึ่งในถ้ำลาวาที่ยาวที่สุดในโลก ความยาวรวมกว่า 13.4 กิโลเมตร แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีอุณหภูมิเย็นสบายตลอดปีประมาณ 11–18 องศา และมีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตา ที่เกิดจากลาวาไหลแข็งตัวเมื่อหลายแสนปีก่อน จุดเด่นคือ “เสาลาวา” ที่สูงกว่า 7 เมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาลาวาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

🌊 หาด Hyeopjae และ Hamdeok ทะเลสีฟ้าครามระดับ Top of Asia

หาด Hyeopjae ทางฝั่งตะวันตกของเกาะขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวที่ใส จนมองเห็นก้นทะเลได้ ทรายขาวละเอียดและพื้นที่กว้างขวาง ทำให้เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวและคู่รัก ส่วนหาด Hamdeok ทางเหนือของเกาะ มีน้ำสีฟ้าครามและมีสะพานแก้วให้เดินชมวิวทะเลแบบตื่นเต้น ทั้งสองหาดมีร้านอาหารและคาเฟ่ริมทะเลที่ดีเยี่ยม

☀️ Seongsan Ilchulbong ปราสาทหินภูเขาไฟริมทะเล

ซองซาน อิลชุลบง หรือ “ภูเขาพระอาทิตย์ขึ้น” คือปล่องภูเขาไฟที่โผล่ขึ้นมาจากทะเลมีอายุกว่า 100,000 ปี ชื่อเสียงของที่นี่มาจากวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดบนเกาะเชจู นักท่องเที่ยวต้องเดินขึ้นบันไดหินประมาณ 20 นาที เพื่อไปชมยอดปล่องที่มีปากกว้างกว่า 90,000 ตารางเมตร และมองเห็นทะเลโดยรอบ 360 องศา

อาหารเด็ดบน Jeju Island ที่ต้องลองให้ได้

Jeju Island มีวัฒนธรรมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากอาหารเกาหลีทั่วไปที่คุ้นเคย และหลายเมนูหากไม่มาถึงที่นี่ก็หากินไม่ได้ที่ไหนในโลก

🥩

หมูดำเชจู (Jeju Black Pork) เมนูขึ้นชื่อประจำเกาะ

หมูดำเชจู เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติจากพื้นถิ่น ทำให้เนื้อมีรสชาติเข้มข้น นุ่ม และหอมกว่าหมูทั่วไป วิธีกินแบบดั้งเดิมคือ ย่างบนเตาถ่านแล้วห่อด้วยใบผักกาด กินพร้อมซัมจัง กระเทียม และกิมจิ เป็นรสชาติที่หลายคนบอกว่าลืมไม่ได้หลังจากได้ลอง ย่านซอมุนซิจัง (Seomun Market) และย่านซินจิโร (Sinji-ro) ในตัวเมืองเชจูมีร้านหมูดำเชจูเรียงรายให้เลือกมากมาย

🐚

อาหารทะเลสดและ Haenyeo วัฒนธรรมหญิงดำน้ำสุดเป็นเอกลักษณ์

เกาะเชจู ขึ้นชื่อเรื่อง “แฮนย็อ” (Haenyeo) หรือหญิงดำน้ำหาอาหารทะเล วัฒนธรรมนี้สืบทอดมานานหลายร้อยปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ปลาหมึก หอยเป๋าฮื้อ หอยแมลงภู่ และซีฟู้ดสดๆ ที่นำขึ้นมาได้วันนั้น ถูกนำมาปรุงเป็นอาหารให้นักท่องเที่ยวได้ลอง สดและอร่อยในแบบที่ต่างออกไปจากที่อื่น

🍊

คาเฟ่วิวทะเลบน Jeju Island กินกาแฟชมวิวสวยแบบเกาหลี

วัฒนธรรมคาเฟ่เกาหลีเบ่งบานมากบนเกาะเชจู โดยเฉพาะแถวหาดแฮมด็อก และย่าน Aewol บนชายฝั่งตะวันตก คาเฟ่หลายแห่ง ออกแบบสวยงามสไตล์มินิมอลให้วิวทะเลเป็นองค์ประกอบหลัก เหมาะมากสำหรับถ่ายภาพและพักผ่อนหย่อนใจระหว่างวัน ส้มเชจู (Hallabong) เครื่องดื่มส้มสีทองขึ้นชื่อของเกาะก็ต้องลองสักครั้ง

 

วิธีเดินทางไปเกาะเชจูจากประเทศไทย✈️

วิธีเดินทางไปเกาะเชจูจากประเทศไทย

การวางแผนการเดินทางที่ดีช่วยให้ทริปราบรื่นและคุ้มค่ากว่ามาก โดยเฉพาะเรื่องการบินและการเดินทางภายในเกาะที่ควรรู้ล่วงหน้า

เที่ยวบินไปเกาะเชจู (Jeju International Airport) จากกรุงเทพฯ

ปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปสนามบินนานาชาติเชจู (Jeju International Airport, CJU) จากหลายสายการบิน ทั้งสายการบินไทยและสายการบินเกาหลี ใช้เวลาบินประมาณ 5–5.5 ชั่วโมง หรืออีกตัวเลือกหนึ่งคือ บินไปโซลก่อนแล้วต่อเครื่องภายในประเทศ ซึ่งใช้เวลาบินจากโซลถึงเชจูแค่ 1 ชั่วโมง ราคาตั๋วเที่ยวบินภายในประเทศเกาหลีมักไม่แพงมากหากจองล่วงหน้า

การเดินทางภายใน Jeju Island รถเช่า VS ขนส่งสาธารณะ

รถเช่า คือ ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวเกาะเชจูอย่างอิสระ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่กระจายตัวรอบเกาะ และรถสาธารณะไม่ได้ครอบคลุมทุกจุด สามารถเช่ารถได้ที่สนามบินโดยใช้ใบขับขี่สากล ราคาเช่ารถเริ่มต้นประมาณ 30,000–60,000 วอนต่อวัน ขึ้นอยู่กับขนาดรถ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถเอง มีบริการรถสาธารณะที่ครอบคลุมจุดหลักๆ และแท็กซี่ที่หาได้ง่ายในตัวเมือง

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาโดยประมาณสำหรับนักเที่ยวไทย

งบท่องเที่ยวเกาะเชจูต่อคนอยู่ที่ประมาณ 30,000–60,000 บาท สำหรับทริป 4–5 วัน รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พักระดับกลาง อาหาร และค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ หากต้องการประหยัดงบสามารถเลือกที่พักแบบ Guesthouse หรือ Airbnb ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย และซื้ออาหารจากตลาดสดหรือร้านสะดวกซื้อแทนร้านอาหารแพงๆ ก็ยังได้รสชาติเกาหลีแท้ๆ ไม่น้อยไปกว่ากัน

แพลนเที่ยว Jeju Island ให้ครบใน 3–5 วัน

เกาะเชจู มีขนาดพอดีที่จะสำรวจได้ภายใน 3–5 วัน ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเดินทางแบบชิลๆ หรือเที่ยวแบบจัดเต็มทุกสถานที่

ตัวอย่างแผน 3 วัน 2 คืน เกาะเชจู สำหรับมือใหม่

วันที่ 1 : มาถึงสนามบินเชจู เช็กอินที่พัก แวะชมย่านเมืองเก่าเชจู (Jeju Old Town) ลองอาหารท้องถิ่นมื้อแรก และเดินเล่นตลาดซอมุนซิจัง 

วันที่ 2 : เช้าตรู่ขึ้นชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Seongsan Ilchulbong จากนั้นไปถ้ำมะนจังกุล และปิดวันที่หาด Hamdeok 

วันที่ 3 : เดินป่าบางส่วนของฮัลลาซาน หรือแวะ Jeju Stone Park เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะ และช้อปปิ้งของฝากก่อนบิน

แผน 5 วัน 4 คืน เจาะลึกทุกมุมของ Korea Jeju Island

สำหรับผู้ที่มีเวลามากขึ้น วันที่ 4 แนะนำให้ขับรถเลาะชายฝั่งตะวันตกฝั่ง Aewol และ Hallim Park ที่มีถ้ำหินและสวนบัวสวยงาม วันที่ 5 สำรวจชายฝั่งใต้แวะ Jungmun Tourist Complex ชมน้ำตก Cheonjiyeon และชายหาดสีดำ Jungmun Beach ที่เกิดจากตะกอนลาวาภูเขาไฟ แต่ละวันใช้รถเช่าขับเองสะดวกที่สุด

ที่พักแนะนำบน Jeju ย่านไหนดี ทำเลเดินทางสะดวก

ตัวเมืองเชจู (Jeju City) ทางเหนือของเกาะเป็นศูนย์กลางที่สะดวกที่สุด ใกล้สนามบิน มีร้านอาหารและที่ช้อปปิ้งครบ อีกตัวเลือกหนึ่งคือ บริเวณ Seogwipo ทางใต้ของเกาะ บรรยากาศเงียบสงบกว่า วิวสวยกว่า และใกล้สถานที่ท่องเที่ยวฝั่งใต้มากกว่า ที่พักมีตั้งแต่โรงแรมระดับ 5 ดาวริมทะเล ไปจนถึงเกสต์เฮาส์บรรยากาศดีในราคาเบาๆ

เที่ยวเกาะเชจูช่วงไหนดีที่สุด ฤดูกาลและสภาพอากาศ

เกาะเชจู มีเสน่ห์คนละแบบในแต่ละช่วงปี ไม่มีฤดูกาลไหนที่ “แย่” อย่างแท้จริง แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการประสบการณ์แบบไหน

🌸

ฤดูใบไม้ผลิ ดอกนายูและซากุระบาน สวยที่สุดบน Jeju

เดือนมีนาคมถึงเมษายนคือ ช่วงที่เกาะเชจูสวยที่สุดในสายตาหลายคน ดอกซากุระบานพร้อมกับดอก Canola (ยูแช) สีเหลืองทองสดใสที่ขึ้นเต็มทุ่งทั่วเกาะ สีขาวและสีเหลืองตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสร้างภาพที่น่าจดจำ ถ่ายรูปได้สวยมากในทุกมุม แต่ช่วงนี้เป็นช่วง High Season จึงควรจองที่พักและเที่ยวบินล่วงหน้าสักหน่อย

🌊

ฤดูร้อน กิจกรรมทางน้ำและหาดทรายสุดฮิต

เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เป็นช่วงที่หาดทรายมีชีวิตชีวาที่สุด น้ำทะเลอุ่นพอดี เหมาะสำหรับว่ายน้ำ ดำน้ำตื้น และกิจกรรมทางทะเล อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 25–30 องศา แต่ช่วงปลายกรกฎาคมถึงต้นสิงหาคมอาจมีฝนและพายุไต้ฝุ่นผ่านบ้าง ควรตรวจสภาพอากาศก่อนเดินทาง

🍂

ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว บรรยากาศต่างมุมของ Korea Jeju Island

ฤดูใบไม้ร่วงช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน ป่าเมเปิ้ลบนฮัลลาซาน เปลี่ยนเป็นสีแดงและส้มงดงามยิ่งนัก อากาศเย็นสบายไม่หนาวเกินไป เหมาะมากสำหรับเดินป่า ส่วนฤดูหนาวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ แม้อากาศหนาวแต่โอกาสได้เห็นหิมะบนยอดฮัลลาซาน ทำให้ภาพถ่ายดูแปลกตาและสวยงามในแบบที่ต่างออกไปจากทุกฤดู

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกาะเชจู

เที่ยวเกาะเชจูต้องขอวีซ่าเพิ่มไหม สำหรับคนไทย

นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีวีซ่าเกาหลีอยู่แล้ว สามารถเดินทางเข้าเกาะเชจูได้เลย โดยไม่ต้องขอวีซ่าเพิ่มเติม เนื่องจากเกาะเชจูเป็นเขตปกครองพิเศษของเกาหลีใต้ ไม่ใช่ประเทศแยก อย่างไรก็ตาม หากบินตรงจากไทยไปเกาะเชจูโดยไม่แวะโซล ควรตรวจสอบสถานะวีซ่า และเส้นทางบินกับสายการบินก่อนเดินทางทุกครั้ง

เที่ยวเกาะเชจู 4 วัน 3 คืน ใช้งบประมาณเท่าไหร่

สำหรับทริปเกาะเชจู 4 วัน 3 คืน งบโดยประมาณอยู่ที่ 25,000–45,000 บาทต่อคน รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พักระดับกลาง อาหาร และค่าเข้าสถานที่ หากเลือกที่พักแบบเกสต์เฮาส์ ซื้ออาหารจากตลาดสด และเช่ารถร่วมกับเพื่อน สามารถลดงบลงเหลือประมาณ 18,000–25,000 บาท ได้ไม่ยาก

เกาะเชจูช่วงไหนสวยที่สุด ควรไปเดือนไหนดีที่สุด

เกาะเชจูสวยงามคนละแบบในทุกฤดูกาล แต่ช่วงที่นิยมมากที่สุดคือ เดือนมีนาคม–เมษายน เมื่อดอกซากุระและดอกนายูสีเหลืองบานพร้อมกันทั่วเกาะ รองลงมาคือ เดือนตุลาคม–พฤศจิกายน ที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามบนภูเขาฮัลลาซาน ส่วนฤดูร้อนเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม เหมาะสำหรับกิจกรรมทางทะเลและหาดทราย